“THE CRISIS CONSISTS PRECISELY IN THE FACT THAT THE OLD IS DYING AND THE NEW CANNOT BE BORN” ― ANTONIO GRAMSCI, SELECTIONS FROM THE PRISON NOTEBOOKS

      After a long journey in media making, I felt that raising awareness should be a fundamental ground of media, not the goal. I wanted to create a medium that gives experience to the audience not only attention.

      The eureka moment came from my urge to make a board game that truly reflects a third world country. I have played a board game from the west and I was not much into it. Then, an idea to make a game that shows structural problems in the Thai society.

      I have experienced some games that talks about dictatorship and social gap including Tropico, Paper Please and 3rd World Farmer. I learned that those games need fairness to keep the player engaged until the end. (If the game is not fair, the player will hate it and stop playing it as they do not enjoy.) However, in Thailand, people seemed to enjoy unfairness. As a game designer, I had to develop it on ‘how to make biased rules that people accept’. I found that the game was aesthetically a good fit since it was an experience we have faced each day.   

      The logic of this Thai game is to “manage relationship and trust”. It is a core of the social and the political structure. When I played it with artists and activists from Southeast Asia (They were composed of Thai, Cambodian, Indonesian plus one Japanese person), everybody enjoyed it and naturally knew how to play, while the Japanese only gave me a blank stare as they did not know how to play the political game like the Southeast Asian.

      The print and play version has been downloaded for over 200 times. I aim to put it in Kickstarter October 2018

 

13002544_1538851419751796_2301900324558054904_o

English Review

Be the Dictator in ‘Coconut Empire’

 

Coconut Empire has a tentative release date of October. An English version is planned. Meanwhile, a free print-and-play version can be requested via Facebook.


Testimonials

  • ถ้าเราเล่นบอร์ดเกมจากต่างประเทศ ก็จะสนุกบนเส้นเรื่องในต่างประเทศ เช่น เกม Secret Hitler เป็นการฟาดฟันกันระหว่างฝ่ายฟาสซิสต์กับลิเบอรัล เกม Warewolf มีฉากหลังเป็นยุโรปในยุคกลาง การที่มีผู้ผลิตเกมนำอรรถรสแบบไทยๆมาออกแบบเป็นเกม ก็จะทำให้ได้มองเห็น “ความไทยๆ” ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเมดอินไทยแลนด์ในเวอร์ชันนี้ ไม่ได้หยิบ “หน้าตา” ที่ระบุความเป็นไทยเช่นลายกนก เด็กหัวจุก หรือเรื่องราวในวรรณคดีมาบอกเล่าความเป็นไทย แต่หยิบ “อำนาจ” และการปฏิสัมพันธ์แบบ “ไทยๆ” มาใช้ในการออกแบบเกม

    (กฎคือไม่มีกฎ มันไทยมาก – ลูกแก้วกล่าวไว้)


     

  • ความเข้มข้นประการหนึ่งของเกม ขึ้นอยู่กับตัวตนที่ผู้เล่นเลือกจะมาแสดงบนโต๊ะ ว่าเขาจะเอาตัวตนไหนออกมาโชว์ อย่างบางคนก็จะซ่อนไม่ให้คนเห็นด้านที่จริงจัง บางคนก็สู้ต่อไปอย่าได้ถอย ไม่ยอมฮั้วไม่ยอมดีลกับใครเพราะอยากชนะด้วยตัวเอง บางคนรู้ตัวว่ากำลังจะแพ้แต่ไม่อยากให้คนรู้ว่าแพ้ด้วยเจตจำนง ต้องแสดงออกให้คนรู้สึกว่าฉันจะล้มบนฟูก ตัวตนและความจริงจังมันมีผลกับเกม เพราะถ้าเราไม่จริงจังกับมัน ฮั้วกันไม่กี่เทิร์นก็จบเกมได้แล้ว

    – วริศ ลิขิตอนุสรณ์

     


  • “จุดเด่นในเกมเรื่องการต่อรอง มันก็เชื่อมโยงกับชีวิตจริง ถ้าคุณจะขอความช่วยเหลือจากใครสักคนแต่ขอแบบ ช่วยฉันหน่อยน้าาแล้วไม่เสนอประโยชน์ที่ดีให้เขา ใครล่ะจะช่วยคุณ คุณเป็นคนดีอย่างเดียวไม่ได้แต่คุณต้องมีประโยชน์ด้วย คุณถึงจะมีอำนาจในการต่อรอง”

    “ผมพบว่าในบางจุดถ้าผมหักหลัง ผมจะได้ประโยชน์มากกว่า แต่ถ้าผมทำผมจะเสียความเชื่อใจกันไป มันคุ้มมั้ยกับผลประโยชน์และอำนาจ นี่ก็ชีวิตจริง”

     

    – ธีรภัทร รื่นสิริ (ผู้เล่นที่มีคุณธรรมในสายตาวริศ ลิขิตอนุสรณ์)

     


  • “มันเหมือนหนังสือที่อ่านได้หลายรอบแล้วความหมายไม่เหมือนกัน โครงสร้างแบบเดิม แต่เคมีตัวละครเปลี่ยนไป สถานการณ์ก็เปลี่ยน อ่านเอาสนุกไม่คิดอะไรมากก็ได้ หรือจะอ่านแล้วตีความจริงจังเป็นบทความวิชาการก็ได้ เกมนี้มันอิสระที่จะให้ตีความในแบบนั้น”

    – วริศ ลิขิตอนุสรณ์ กล่าวอีกที

     


  • “เล่นเกมเหี้ยนี่ ได้ทุกอย่างเลย ได้ไอเดีย ได้ดูความคิดตัวเอง ได้ความบันเทิง ได้อะไรดีๆไปหมด เสียอย่างเดียวคือเสียเพื่อนอีก 5 คนที่มาเล่นด้วย”- อาร์ต สิ กล่าวบ้าง

  • (คือมันก็ไม่ได้มีสาระ แต่จะเล่นเอาสาระก็เล่นได้)

    – นานาาา สรุป