สวัสดีค่ะ เราชื่อ นานา วิภาพรรณ วงษ์สว่าง
มาจากจังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย เกิดปี 2535
เป็นผู้ก่อตั้ง thaiconsent.org
ทำงานออกแบบเพื่อสังคม
ทำเกม Coconut Empire กับ R.I.P. เป็นงานอดิเรก
นอกจากภาษาไทย พูดอังกฤษ/ฝรั่งเศส/อู้กำเมืองได้บ้างเจ้า

 


ประวัติสั้นๆ

2007-2011
          ที่บ้านไม่ค่อยปล่อยไปไหน ไม่ค่อยมีอะไรในชีวิต อย่างเดียวที่ทำให้เรารู้เรื่องโลกภายนอกคือการอ่านผ่านหนังสือที่มีขายในซีเอ็ด และเล่นอินเตอร์เน็ต ความท้าทายไม่กี่อย่างในชีวิตคือการทำเกรดและการมีแฟน พอชีวิตมันไม่มีอะไรทำ เลยหัดเขียนการ์ตูน ทำกราฟิก ทำหนังสั้น ทำเว็บ และอื่นๆ ด้วยตัวเอง ผ่านการเรียนรู้ในอินเตอร์เนตและแลกเปลี่ยนกับคนในบอร์ด f0nt.com

 

 

2012-2016
          ระหว่างที่ลังเลว่าจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยด้านภาษา / โปรแกรมมิ่ง / โฆษณา / กราฟิก หรือทำหนังดี ในบอร์ด f0nt.com แนะนำว่ามีสาขาวิชาที่สอน Visual Communication Design โดยเฉพาะอยู่นะ ได้ทำทุกอย่างที่เกี่ยวกับการสื่อสารด้วยภาพเลย ณ ตอนนั้นเราถึงได้รู้ว่าคำว่าอาชีพเนี่ย มันเป็นสหวิทยาการก็ได้ เราสามารถทำหลายๆ อย่างได้ดีโดยไม่ต้องเลือกเฉพาะเจาะจงไปที่อันใดอันหนึ่ง เมื่อได้รู้จักกับสาขานี้จึงลองมาเรียนต่อที่ SILPAKORN UNIVERSITY (Bangkok,Thailand), B.F.A.,Visual Communication Design เรียนจบมาด้วยเกียรตินิยมอันดับสอง ระหว่างเรียนมีประกวด ทำกิจกรรม ล่ารางวัล ได้รางวัลติดไม้ติดมือมาบ้าง แต่สาระสำคัญที่ทำให้เกือบจะลาออกจากมหาวิทยาลัยอยู่ที่ข้อถัดไป

 

2013-2014
         
ตอนเป็นนักศึกษาปีสอง ได้เข้าสู่วงโคจรของการพัฒนาสังคมจากการวาดภาพประกอบให้กับบริษัท Idea Grow ซึ่งรับทำสื่อเพื่อสังคม ก็เลยได้รู้จักคนเจ๋งๆ ที่ทำเพื่อสังคมเต็มไปหมด ถึงได้รู้ว่าการออกแบบสามารถทำได้มากกว่าที่เราเคยคิด

 

2015-2016
         
เข้าสู่วงการทำสื่อเพื่อพัฒนามนุษย์ (Human Resource) จากการทำสื่อเทรนพนักงานให้กับบริษัทเบทาโกร ประเทศไทย (รับงานผ่าน Young Filmmakers of Thailand Partnership.) และได้ทำสื่อให้กับบริษัทเทรนนิ่งทรัพยากรบุคคลอื่นๆ ในฐานะ Outsource ไร้ชื่ออีก

ช่วงนั้นยังได้ลงพื้นที่ในประเทศไทยกับ Young Film ได้ออกต่างจังหวัด ได้ไปคุยกับคนที่มีปัญหา และคนที่อยากแก้ปัญหา แถมยังโดดเรียน 20 วันไปทำงานที่อเมริกากับ KorPunGun! กลับไปเรียนด้วยความว้าวุ่น อยากลุยโลกกว้าง อยากทำงานที่อยากทำแล้วว้อย

          มีโมเม้นนึงที่นั่งเรียนวิชา Typography แล้วถามตัวเองว่าทำไรอยู่วะเนี่ย ขออาจารย์ไปเข้าห้องน้ำ ไปห้องธุรการ ขอใบลาออกมาเขียนเสร็จแล้ว เหลือแค่เซ็น กับยื่น แต่โชคดีที่อาจารย์ที่สนิทกันเดินผ่านมา เลยได้เขียนเมล์ไปปรึกษา ไปเล่าว่าเราคิดอะไรอยู่ อาจารย์ก็ตอบกลับอย่างตั้งใจและเปิดโอกาสให้เราตัดสินใจเอง เลยคิดว่า เรียนก็เรียนวะ ช่วงที่เบื่อโรงเรียนนี้เลยได้ออกมาเป็นงานนิทรรศการชื่อ โรงเรียนอัลไต

          สรุปว่าเรียนต่อจนจบ และยังคงทำงานด้านนี้เรื่อยมา

 

ปัจจุบัน
          ดำรงหน้าที่ออกแบบยุทธศาสตร์การสื่อสาร และควบคุมการผลิต ณ ห้างหุ้นส่วนสามัญบ้านยังฟิล์ม ( Young Filmmakers of Thailand Partnership) ในประเด็นการพัฒนาคนรุ่นใหม่ การตระหนักในสิทธิพลเมือง การอยู่ร่วมกับความแตกต่างหลากหลาย และประเด็นเพศ และระหว่างปี 2015-2017 ก็ได้ออกแบบบอร์ดเกม Coconut Empire ไปด้วยค่ะ

ถ้าอยากรู้จักเรามากขึ้น มีตัวอย่างงานสนุกๆ ให้อ่านอีก 5 งานดังต่อไปนี้ 🙂


ผลงาน 5 งาน ที่สำคัญต่อเรา


Beginning

          เด็กๆก็ตั้งใจเรียนเป็นหลัก อยากเป็นหมอ วาดรูปเล่นเฉยๆ ความอยากเป็นหมอหายไปตั้งแต่เข้าเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพราะเพื่อนเรียนเก่งกว่าเรามาก เลยหันมาเอาดีทางศิลปะนับจากนั้นเป็นต้นมา

แต่ๆๆ สมัยนั้นการประกวดวาดภาพมีแต่ประกวดเชิงจิตรกรรม ต้องวาดให้สวยๆ ในแบบของกรรมการถึงจะชนะ เราแข่งกับใครไม่ได้เพราะเราวาดการ์ตูนสไตล์ทิม เบอร์ตั้น ก็ได้แต่วาดอวดลงบอร์ดฟอนต์ไปวันๆ และถึงจะทำกราฟิกได้ก็จริง แต่ก็ไม่มีที่จะไปโชว์งานเพราะไม่มีเวทีแข่งหรือการรับสมัครในระดับมัธยม

จนกระทั่ง กลุ่มศิลปินเชียงใหม่ที่เรารู้จักในบล็อก exteen ทำนิตยสารออนไลน์ชื่อ HO Magazine! ที่เปิดรับงานกราฟิกจากคนทุกเพศ ทุกวัย ดีใจมากมีที่ลงงานแล้วโว้ย เลยได้ส่งงานกราฟิกไปลงในสื่อเป็นครั้งแรก และนี่คืองานแรกของเรา

ความจริงจังด้านการวาดและการทำกราฟิกเลยได้มีที่ปล่อย พอNokhookdesign จัดโปรเจกต์ Twinmix เราก็เข้าไปเล่นด้วย เขาคัดเอาศิลปินสมัครเล่นมาจับคู่ร่วมกันกับศิลปินมืออาชีพ เราได้คู่กับพี่ สุทธิชาติ ศราภัยวานิช ที่มาวันเปิดไม่ได้ เลยต้องขึ้นไปพรีเซ้นงานบนเวทีเอง (เป็นงานประมูลด้วย เด๋อด๋ามาก ขอบคุณที่ไม่มีใครอัดวิดีโอไว้)

ก่อนจบ ม.6 กลุ่มอาร์ตเชียงใหม่ก็จัดอีกงาน ชื่อ JELLY Project ให้ศิลปินมาปล่อยของ โดยเราเข้าไปมีส่วนร่วมในงานสามชิ้น แต่ที่ยังมีรูปเก็บไว้จะเป็น ชิ้นนี้ ที่พิมพ์ลงเฟรม ได้ขายในราคา 1100 บาทด้วยนะ เป็นเงินหลักพันก้อนแรกที่หาได้เอง

พยายามมีตัวตนในแวดวงศิลปะและการออกแบบมาเรื่อยๆ จนกระทั่ง….


2015 Allthai School Exhibition, Bangkok, Thailand. โรงเรียนอัลไต

          ได้เรียนศิลปะสมใจ ลงประกวดอย่างบ้าคลั่งตั้งแต่ปีหนึ่ง พอขึ้นปี 2 ปั๊บ ไฟดับทันที ช่วงนั้นบรรยากาศในหมู่เพื่อนๆ ค่อนข้างอับเฉา ทั้งผิดหวังกับการเมือง และผิดหวังกับการศึกษา เมื่อได้จับกลุ่มบ่นอย่างจริงจังเลยคิดว่า ถ้าการบ้านในมหาลัยไม่ให้พื้นที่เราปล่อยของ ปล่อยความเป็นตัวเอง หรือแม้แต่กิจกรรมในมหาลัยก็ยังไม่ตอบโจทย์เพราะทำงานบนระบบโซตัส งั้นเรามาลองจัด exhibit ของพวกเรากันเองดีกว่า โดยจัดในตีม “วิจารณ์การศึกษาแบบไทยๆ”

          ในโปรเจกต์นี้ มีคนอายุ 18-24 ปี จำนวน 16 คน มาร่วมกันจัดอะไรก็ได้ในพื้นที่ห้องสมุดสันติประชาธรรม ถนนเจริญนคร บางคนบอกว่าตัวเองเป็นศิลปิน บางคนเป็นแอคติวิสต์ บางคนเป็นเจ้าของธุรกิจส่งต่อเด็กไปเรียนต่างประเทศ บางคนเป็นครู บางคนไม่ได้เป็นอะไรเลย งานนี้มั่วมาก เราจำลองพื้นที่ห้องสมุดเป็นโรงเรียนโรงเรียนนึง มีคลาสเรียนที่ต่างกัน มีตารางเรียน และมีงานศิลปะวางอยู่ระหว่างทาง

          เมื่อเข้ามาในงาน ผู้ชมจะได้เข้าแถว ฟัง ผอ. อบรม ผู้ชมแต่ละแถวจะถูกแบ่งเป็นกลุ่ม เพื่อพาวนไปยังคลาสต่างๆ ซึ่งก็คือกิจกรรมของศิลปินแต่ละคน มีทั้งกิจกรรมเชิง interactive เช่น ให้ผู้ชมเป็นนักเรียนวิชาศิลปะแห่งการจำกัดความคิดสร้างสรรค์ ไปฟังแลคเชอร์เรื่องชีวิตที่ล้มเหลว พาไปเข้ากระบวนการแลกเปลี่ยนอภิสิทธิทางชนชั้น มีเกมหมากรุกการเมืองให้เล่น มีวิชาศิลปะให้ตั้งคำถามถึงความฝัน มีข้อสอบให้ทำ และมีให้เลือกตั้งประธานนักเรียนด้วย (แต่โทษที มีช้อยเดียวให้เลือก!)  ถ้าสนใจลองอ่านสูจิบัตรงานเพิ่มได้ในนี้ค่ะ  >> Link

 


2015 Yeducation Trip : Mueng Kued, at Young Filmmakers of Thailand Partnership.

          ช่วงที่เริ่มทำงานกับ Youngfilm เราได้ร่วมโครงการเกรียนทริป ซึ่งริเริ่มโดย เปรมปพัทธ ผลิตผลการพิมพ์ ได้มอบหมายให้เราช่วยบริหารจัดการและถอดบทเรียน จดบันทึกการเรียนรู้จากผู้เข้าร่วม โดยโครงการนี้ทำร่วมกับสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) เราให้ทุนนักศึกษา 3 ทีม ทีมละ 3 คน ไปดูงานโรงเรียนเล็กๆ ที่มีระบบการศึกษาเฉพาะตัวในต่างจังหวัด แล้วเอาประสบการณ์กลับมาสังเคราะห์ ทำสื่อ เผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ สามารถชมผลงานทั้งสามทีมได้ที่ kuedjournal.com

          ไอเดียนี้เริ่มมาจากความคิดว่าคนสนใจเรียนสื่อในประเทศไทยสนใจแต่สื่อจริงๆ สนใจการถ่ายให้สวย วาดภาพให้สวย แต่ไม่ได้สนใจคน งานมันเลยไม่มีมิติ แต่ถ้าคนที่ทำสื่อเห็นคน มิติต่างๆ ในสังคมก็จะดีขึ้น

          เกรียนทริปปีแรก พาคนไปดูโรงเรียนบนดอย มีปัญหาทั้งยากจน ทั้งเป็นชนกลุ่มน้อยไม่มีสัญชาติ ทั้งเดินทางลำบาก มีทุกอย่างที่เป็นอุปสรรคแก่การเข้าถึงการศึกษา แต่ ผอ. แก้ปัญหานักเรียนไม่มีเงินมาเรียน ด้วยการทำให้การไปเรียนหนังสือมีรายได้ ! ผ่านหลักสูตรท่องเที่ยว มีสอนนวดไทย ล่องแพ ทำอาหาร นำเที่ยว ให้ทัวร์ต่างชาติมาลงได้ทุกวันศุกร์ นักเรียนก็ได้เรียนภาษาอังกฤษและได้ทักษะการทำงานจริง

          เมื่อเรื่องราวเหล่านี้ออกสู่สาธารณะ ได้ยอดแชร์กว่า 5,000 แชร์ เกิดการพูดคุย เกิดความหวังในสังคมและในคณะทำงาน แต่ Vibe ที่ดีที่สุดมาจากบทสัมภาษณ์คนที่ไปทริปกับเรา นักเรียนนักศึกษาที่เราพาไปเกิดมุมมองที่ตระหนักถึงความแตกต่างหลากหลายมากขึ้น เห็นศักยภาพของคนชายขอบ และเห็นว่าต้องสนับสนุนพวกเขาผ่านโครงสร้างที่ดี จากเดิมที่ในสื่อและในโรงเรียนมีแต่จะผลิตซ้ำความสงสารไปเป็นคนๆ เป็นครั้งๆ พวกเขาก็อยากสนับสนุนและอยากทำสื่อที่ละเอียดอ่อนต่อโครงสร้างอำนาจ เน้นความสำคัญของสวัสดิการ และเข้าใจสิทธิพลเมืองให้มากขึ้น

          โครงการนี้ทำต่อเนื่องมาแล้ว 2 ปี กำลังจะเข้าปีที่  3 ดูภาพรวมโครงการได้ ในนี้

 


2015 Founder of Coconut Empire Board Game

          เป็นปีที่รู้สึกว่าทำสื่อมานานจน Awareness เป็นหน้าที่พื้นฐานของสื่อ ไม่ใช่เป้าหมาย เริ่มคิดว่าสื่อควรจะ มอบประสบการณ์ให้กับผู้ชม มากกว่าเรียกร้องความสนใจจากผู้ชมเฉยๆ เมื่อคิดเช่นนี้นานาจึงสนใจในแพลตฟอร์มของ “เกม” ซึ่งเป็น Interactive ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ ตอนแรกจะไปเรียนเขียนโค้ด แต่ไม่มีเวลา เลยหันมาทำบอร์ดเกมแทน

          ความพีคอยู่ที่ จากตอนแรก อยากทำเกมเป็นเฉยๆ แล้วก็อยากทำเกมที่สะท้อนความเป็นโลกที่สามเพราะเล่นบอร์ดเกมที่ฝรั่งทำแล้วไม่อิน มาสู่การค้นพบทฤษฎีเกมที่สะท้อนปัญหาความเป็นไทยในระดับโครงสร้าง โดยนำแนวคิดเรื่อง Hagemony และ Theatre State มาใช้ในการออกแบบเกม

          เนื่องจากนานาเล่นเกมแนวๆ สะท้อนภาวะเผด็จการและความเหลื่อมล้ำมาบ้าง อย่าง Tropico, Paper Please, Spend, 3rd World Farmer แต่เราก็ยังรู้สึกว่าวิธีการสร้างเกมลักษณะนี้ยังต้องใช้ความยุติธรรมในการออกแบบเพื่อตรึงคนเล่นให้ยอมอยู่กับมันจนจบ (เพราะถ้าเกมไม่แฟร์แล้ว คนก็จะเกลียดเกมนั้นๆ แล้วก็เลิกเล่นไป รู้สึกว่าไม่สนุก) แต่ในประเทศไทยเนี่ย คนมันสนุกกับความไม่ยุติธรรม ดังนั้นตอนออกแบบเกมก็ต้องออกแบบบนโจทย์ “จะทำกฎเอียงๆ ยังไงให้คนยอมรับ” แล้วปรากฎว่า Aesthetic มันดีมากๆ เพราะเป็นสิ่งที่เราพบเจออยู่แล้วในชีวิตประจำวัน

          Logic ของเกมในแบบไทยๆ ในเกมที่ว่า คือการ “บริหารความสัมพันธ์ และความไว้เนื้อเชื่อใจ” ซึ่งเป็นสิ่งที่ปรากฎในโครงสร้างระดับสังคมการเมือง ตอนที่จัดวงเล่นกับศิลปินและแอคติวิสต์อาเซียน (ไทย กัมพูชา อินโดนิเซีย มีคนญี่ปุ่นติดมาคนนึง) ทุกคนขำและ “เล่นเป็น” มากๆ ในขณะที่คนญี่ปุ่นเหวอสุดๆ เพราะเล่นการเมืองแบบอาเซียนไม่เป็น

          ตอนนี้แจก Print and Play ไปแล้ว 200 ครั้ง มีแพลนจะลง Kickstarter ในสิ้นปี 2018 นี้ ดูวิดีโอรีวิวได้ ที่นี่ 

 

 


2016   Founder of http://thaiconsent.org

มีจุดเปลี่ยน 3 ครั้งในชีวิตที่ทำให้เราเคลื่อนไหวเรื่องนี้

  1. ประสบการณ์เพศสัมพันธ์ครั้งแรก ที่แลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ แล้วพบความจริงว่า แม้จะเป็นคนสนใจเซ็กซ์และรู้ว่าต้องใส่ถุงยางแต่สุดท้ายหลายคนก็ไม่ได้ใช้ เพราะยังมีเรื่องอีกเยอะมาก ที่ไม่รู้หน้างาน
  2. ระหว่างไปแลกเปลี่ยนที่ฝรั่งเศส การ์ตูนว่าด้วยชีวิตประจำวันเรื่องเพศสำหรับผู้หญิงบนชั้นหนังสือของ host sister เปิดโลกให้นานารู้ว่า นอกจากการ์ตูนโป๊แบบเอ็กซ์ๆ ยังมีการสื่อสารเรื่องนี้ในรูปแบบอื่นๆ อีก เซ็กซ์ไม่ใช่เรื่องของคนหื่น แต่เป็นไลฟ์สไตล์คนทั่วไป
  3. คนใกล้ตัวถูกล่วงละเมิดทางเพศ ครั้งนี้เองที่เราเริ่มลงมือทำอะไรบางอย่าง การคุยกับเขาทำให้รู้ว่าคนรอบตัวมักใช้ common sense จัดการปัญหาเรื่องนี้ กลายเป็นเพื่อนเราผิดที่ไว้ใจให้คนนี้เข้ามาในห้อง เราเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่ละ ต้องมีคน defend เรื่องนี้สักคน ซึ่งนั่นควรจะเป็นเรา

          หลังพาเพื่อนไปแจ้งความ เราพบว่าการดำเนินการไม่ได้ยากอย่างที่คิด เมื่อมีคนรอบตัวหลายคนมาเล่าเรื่องลักษณะนี้ให้ฟังจึงเดาได้ว่าน่าจะมีคนเจอปัญหานี้อีกมาก (มีตั้ง 7 คน! นับเฉพาะเพื่อนที่อยู่ในห้องเรียน ชั้นเรียน ชมรมเดียวกันนะ ไม่นับเพื่อนห่างๆ ซึ่งมันเป็นตัวเลขที่เยอะมากสำหรับผู้หญิงอายุ 22 น่ะ) แถมคุยไปคุยมา ปัญหาที่ขัดขวางไม่ให้คนเข้าหาความช่วยเหลือ ก็คือทัศนคติของเพื่อน คนรอบตัว คนใกล้ชิดนั่นแหละ

          ถ้าเราสร้างทัศนคติที่ดีต่อความแฟร์ทางเซ็กส์ไปสู่สังคม เวลามีใครมีปัญหา อุปสรรคก็จะน้อยลง เราเลยเปิดเว็บ thaiconsent.org รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับแนวคิด consent มาเสนอในปี 2015 แต่ด้วยท่าทีที่วิชาการ และมีความโกรธแค้นเพราะเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ เว็บเวอร์ชันนี้เลยแป้กๆ และเงียบไป

          แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา เพื่อนๆ ที่เคยมีประสบการณ์ถูกละเมิดจะมาถามว่า “นานาจะทำต่อไหม เราอยากให้นานาทำต่อนะ” อยู่เป็นระยะ

          พอปี 2017 เราทำงานแล้ว เรามีเวลาว่างแล้ว เราค้นคอมเจออินโฟกราฟิกที่เคยทำไว้ เรารู้สึกว่าแค่เปลี่ยนคำก็ใช้ได้ละ ลองเอามาลงใน facebook ละกัน ปรากฎว่าผลตอบรับดี  เลยเปิดแคมเปญรับเรื่องราวมาวาดรูปให้เพราะเราเองไม่มีเรื่องจะเล่า ก็ได้รับการต้อนรับและความร่วมมือที่ดีจากผู้อ่าน เมื่อลองเปิดให้คนส่งประสบการณ์ทางเพศส่วนตัวเข้ามาด้วยเงื่อนไขไม่ต้องเปิดเผยชื่อ และเริ่มทำรูปประกอบ ก็มีคนส่งเข้ามากว่า 200 เรื่อง! จนกลายมาเป็น thaiconsent.org

          จุดยืนของเพจในปี 2017 เป็นจุดยืนที่มองว่า ในประเทศไทยมีองค์กรด้านเพศที่ทำงานช่วยเหลือได้ดีอยู่แล้ว แต่สำหรับวัยรุ่นที่เจอปัญหา ความรู้สึกและการตัดสินใจจะเข้ารับการช่วยเหลือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ท่าทีเพจจึงต้องเชียร์ให้คนมั่นใจที่จะรับการช่วยเหลือมากขึ้น ประกอบกับไม่อยากให้เป็นเพจมีท่าทีรณรงค์ตลอดเวลา อยากให้เนื้อหามันเพลินๆ แทรกไปในชีวิตประจำวัน 

          “พอมีตัวเปรียบเทียบหรือตัวเลือก คนจะเริ่มตั้งคำถามกับประสบการณ์ของเขา บางคนมีเซ็กซ์มาตลอดแล้วไม่เคยทบทวนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันดีกับเราไหม เมื่อเห็นสิ่งที่เป็นมาตรฐานที่ดีก็จะได้คิด คนที่มีเซ็กซ์ที่ดีมาตลอดก็จะเริ่มตั้งคำถามว่าคนที่มีประสบการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นมันเป็นยังไง มันปรับให้เรามองในมุมที่ละเอียดขึ้นว่ามีคนที่รู้สึก insecure อยู่ ทุกคนมีเรื่องของตัวเอง เราหวังให้คนมองละเอียดขึ้นและไม่ตัดสินกัน”


ประกาศนียบัตรและการฝึกอบรมที่รู้สึกว่าท้าทายสำหรับตนเอง

  • อบรมหลักสูตรการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิค Data Mining โดยซอฟต์แวร์ RapidMiner Studio 8 (ขั้นพื้นฐานและปานกลาง) รุ่นที่ 23
  • รวมอบรม Political Management Training for Young Progressives ปี 2018 จัดอบรมโดย SOCDEM ASIA เขียนไดอารี่ช่วงที่อบรมไว้ในบล็อกค่ะ

ประวัติงานปี 2017-2018
(เฉพาะที่เป็นงานเนื้อหา : ช่วงก่อนหน้านี้เน้นหนักไปที่งาน Media Production)

  • 2017 เป็นตัวแทนเยาวชนไทยไปบรรยายเรื่องสถานการณ์สื่อและถอดบทเรียนวัฒนธรรมเยาวชนในประเทศไทย (ร่วมกับ วริศ ลิขิตอนุสรณ์ Varis Likitanusorn) ให้เยาวชนอาเซียน 10 ประเทศ ใน the 2nd ASEAN Youth Workshop on Media Literacy โดย Department of Children and Youth, ประเทศไทย
  • 2017 วิทยากรบรรยายงานเสวนา “เซ็กส์แฟร์ๆ เพราะเราแคร์” ถึงเวลาสังคมไทยต้องเข้าใจ Sexual Consent แผนงานสุขภาวะผู้หญิง สสส. ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในหัวข้อ “เสนอทางออก แผนยุทธศาสตร์ และการมีส่วนร่วมของคนในสังคม”  จัดโดย Women’s Wellbeing and Gender Justice Program แห่งประเทศไทย
  • 2017  Thaiconsent ร่วมกับ Activista จัดนิทรรศการ ‘Till it happens to you’ ที่ Bangkok Art & Culture Center กรุงเทพมหานคร เนื่องในโอกาสวันต่อต้านความรุนแรงผู้หญิง ประจำวันที่ 21-26 พฤศจิกายน
  • 2017 เข้าร่วมโครงการ FES Thailand young feminist project.
  • 2018 เป็นที่ปรึกษาด้านเนื้อหาให้กับ Women’s Wellbeing and Gender Justice Program จัดทำแฟนเพจ FREE FROM FEAR
  • 2018 เขียนบทความ “สัมภาษณ์และเที่ยวฮ่องกงกับ โจชัว หว่อง : บุคคลผู้เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของจีนแผ่นดินใหญ่” ลงใน GM Live
  • 2018 เข้าร่วมประชุม Socdem Asia Gender Equality Conference ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อรับฟังและแบ่งปันประสบการณ์ของ ‘ผู้หญิงในภาคการเมือง’ จากประเทศต่างๆ ในเอเชีย  มีบทความลง Momentum ด้วยนะ
  • 2018 นำเสนอ ผลการสำรวจนิวกราว ร่วมกับทีมงานนิวกราว
  • 2018 ร่วมนำเสนอสถานการณ์ด้านเยาวชนของและประชาธิปไตยผ่านประสบการณ์ทำงานนิวกราวในวงคุย Luncheon Meeting on Nurturing Democracy in Southeast Asia โดย ANFREL ณ สถานฑูตสวิสเซอร์แลนด์ประจำกรุงเทพมหานคร
  • 2018 จัดนิทรรศการ 2 Cents For Consent Art Exhibition ณ กรุง San Francisco  ประเทศสหรัฐอเมริกา ร่วมกับศิลปินไทยและศิลปินนานาชาติ ในวันที่ 9-11 กุมภาพันธ์ 2018.
  • 2018 บรรยายเรื่องผลสำรวจคนรุ่นใหม่ของนิวกราวในวงเสวนา 2nd Civil Society Organisations (CSOs) Forum on Implementation of Sustainable Development Goals (SDGs) – “SDGs Start Up: Youth Development” วันที่ 20 มีนาคม 2018 โดย European Union และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • 2018 กรรมการโครงการประกวดหนังสั้นทักษะวัฒนธรรมสำหรับเยาวชน “ขัดกันฉันมิตร
  • 2018 ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ (อ่านบทสัมภาษณ์ใน BBC Thai)

 


หัวข้อการศึกษาส่วนบุคคล

  • User Experience in Politics
  • 160 ปีของการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย (newgroundforum.com)